เทวภูมิ Deity State


ในภาพห้องที่ ๕ นี้นับว่า เป็นภพภูมิ ที่สูงที่สุด คือสวรรค์ หรือ ที่เรียกว่า เทวโลก เป็นเทวภูมิ ซึ่งมนุษย์ทั้งหลาย ต่างมีใจปรารถนา จะได้เกิดมาในภพนี้ เพราะมีความเชื่อมาแต่เดิมว่า เป็นแดนแห่งความสุข


ท่านอาจารย์พุทธทาส อธิบายว่า พิจารณาดูภาพสวรรค์ให้ดี ๆ ก็จะเห็นว่า ในภพภูมิของเทวดานี้ จะมีกำลังแบ่งเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายเทวดากับอสูร หรือฝ่ายสุระกับอสุระ ทั้งสองฝ่ายนี้สู้รบกันอยู่ตลอดเวลา ใช้อาวุธต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงนางฟ้า หรือ แย่งชิงตัวกามคุณระหว่างกันอยู่เป็นนิจ เดี๋ยวนี้ก็ยังรบกันอยู่ รบกันระหว่างฝ่ายดำกับฝ่ายขาว หรือฝ่ายกล้ากับฝ่ายกลัว รบอยู่อย่างนั้น


แม้แต่ในภาพของสวรรค์ ก็ยังแย่งชิงกามคุณ หรือแย่งชิงนางฟ้ากันอยู่ คือมีความมักมากหลงใหลในกามจนต้องรบราฆ่าฟันกัน ไม่มีวันจบสิ้น เทวดาเป็นผู้ไม่มีเหงื่ออย่างมนุษย์ แต่เทวดากลับเร่าร้อนอยู่ในกามรส อันไม่มีที่สิ้นสุด จิตของเทวดาหรือ ผู้ที่อยู่ในเทวภูมิจึงไม่อาจสงบเย็นลงได้ พระพุทธองค์ทรงเสด็จมาโปรดในสวรรค์เหมือนกัน ในภาพจะเห็นว่าพระพุทธเจ้าทรงบรรเลงพิณรูปหนึ่ง อีกรูปหนึ่งทรงถือพระขรรค์ (ซึ่งหมายถึงปัญญา) จิตของผู้ที่อยู่ในเทวภูมินี้เป็นจิตที่หมกมุ่นในกิเลสกาม วุ่นในเกียรติยศ ศักดิ์ศรี แข่งดี ชิงเด่น มีจิตที่คุพองอยู่เหนือผู้อื่น แม้จะถือว่าเป็นภพภูมิที่สูงกว่าภพภูมิทั้ง ๔ ที่กล่าวมาแล้ว แต่เทวดา ก็นิพพานไม่ได้ เพราะติดข้องในกามคุณอยู่นั่นเอง อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้กระมัง การบูชาเทวดาทั้งหลาย จึงต้องมีอะไร ๆ ที่เป็นเครื่องเซ่นไหว้เป็นพิเศษ หรือต้องมีอามิสบูชาล้ำเลิศจึงจะสำเร็จ ตามที่ต้องอ้อนวอนร้องขอ